���������

ตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัวตึ๊บๆ สงสัยเมื่อวานหนักไปหน่อย เป็นหวัดแดด...
 
แต่หวัดแค่นี้หยุดเราไม่ได้อยู่แล้ว ฮ่าๆ ออกไปเที่ยวกัน !!!
 
อาหารเช้าวันนี้ อนาโถดีแท้
 
 
อิคคิว ถึงคินคาคุจิแล้วคร้าบท่านโชกุน
 
คินคาคุจิ เป็นวัดที่มีพลับพลาทองอยู่ริมน้ำ เป็นที่อยู่ของโชกุนในเรื่องอิคคิวซัง ป้ายขอพรเลยเป็นเณรโป๊งเหน่งเต็มไปหมด
 
 
ดังโหงะ ร้านในวัด กินใต้ร่มไม้ ได้บรรยากาศญี่ปุ่น อร่อยห้าดาว ซอสถั่วแดงและถั่วดำ(มั้ง รสชาตคุ้นๆ นึกไม่ออก) และน้ำแข็งไสชาเขียว มีดังโหงะแปะมาให้ด้วยสามลูก โอ้ว โออิชิ๊
 
ร้านนี้คนแน่นตลอด
 
 
หลังจากคินคาคุจิแล้ว ก็นั่งรถต่อไปยังอีกที่ที่เล็งไว้
Kyoto International Manga Museum!!!
 
เดินผ่านไปตามถนนใหญ๊ใหญ่
 
ถึงแล้ว
 
อาคารสวยมาก ผิดกับที่คิดไว้เลย
 
ข้างในจะมีการสะสมมังกะตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ถึงจะมีไม่ครบทุกเล่ม แต่ก็มีเยอะมาก สามารถหยิบออกมาอ่านได้ด้วย
ด้านในจัดโซนพิพิธภัณฑ์นักเขียน บรรณาธิการ และผลิตภัณฑ์การ์ตูนไว้มากมาย มีกิจกรรมให้เด็กทำเยอะแยะ และมีการรวบรวมการ์ตูนจากหลายๆประเทศด้วย ของประเทศไทย เขาเอามหาสนุกกับการ์ตูนผีเล่มละห้าบาทไปโชว์ล่ะตะเอง
 
โซนกราฟิตี้วอลล์ ให้ใครมาเขียนการ์ตูนเล่นก็ได้ มีดินสอสีให้ มาแล้วก็จัดไป...
 
หลังจากนอนพักได้แป๊บนึง ก็ออกไปรอบดึกกัน
 
ย่านกิออน ย่านบันเทิงเริงรมณ์ของเกียวโต
 
แต่แก่แล้ว หันหลังกลับเข้าวัดแทน 55 ศาลเจ้ายาซากะ
ศาลเจ้ายาซากะไม่เฏ้บค่าเข้า เปิดยาวจนมืด และมีโคมไฟประดับให้ดู แต่มาเร็วไปหน่อย ฟ้ายังสว่างอยู่เลย(หนึ่งทุ่มแล้วนะเนี่ย)
 
หาอะไรกินก่อน ซัดไปหนึ่งชาม คาราทามะราเมน ชามละสี่ร้อยเยน ขนาดชามหนึ่งคนโอบ
 
กลับมาอีกที เปิดไฟแล้ว เฮ
 
เดินจากศาลเจ้ายาซากะ ไปวัดโคไดจิ เนื่องจากรู้มาว่ามีอิเวนท์ในช่วงนี้
 
ถึงแล้ว บรรยากาศบ้านๆดี
 
เอ่อ ไม่บรรยากาศบ้านๆธรรมดาแล้ว นี่มันบ้านผีสิงเหรอไงน่ะ...
 
เข้าไปดู เฮ้ย บ้านผีสิงจริงด้วยง่ะ
แต่ไม่ใช่บ้านผีสิงแบบมีว้ากแฮ่ออกมาหรอกนะ เป็นแบบบรรยากาศ
คือเริ่มให้เราเดินทางมืดๆแคบๆติดสุสานก่อน มีบ้านที่เหมือนจะมีอะไรสักอย่างตั้งอยู่
พอเราเริ่มชิน ก็จัดแสดงภาพปีศาจเก่าๆ ภาพขบวนร้อยอสูรยาวเหยียด มาให้ดู(เก่าจริงไม่ได้ทำใหม่)
หลังจากนั้น ก็จะมีสวนหิน สวนไม้ ป่าไผ่ ให้ดูสงบสติอารมณ์
ถึงไม่มีว้ากแฮ่ออกมา แต่ก็ได้อารมณ์ดี สนุกมาก
 
 
 
 
 
หลังจากนั้นก็ฝ่าตรอกมืดตื๋อกลับไปที่ศาลเจ้ายาซากะอีกครั้ง คราวนี้มืดมาก โคมก็เลยดูสว่างเด่น
 
ในศาลเจ้ามีตู้กดน้ำมนต์ด้วย แต่เสียอยู่ เลยไม่ได้กดมา เสียดาย
 
 
หลังจากนั้นก็กลับที่พักเลย เหนื่อยเหมือนกันนะวันนี้
 
รู้ว่าจะต้องขึ้นเขา ซัดซะก่อนเลย เครื่องดื่มแคลอรี่
 
นั่งรถไฟ ไปอินารี๊ ไปแต่เช้า รถไฟว่างโคตร
 
ลงรถไฟ จ๊ะเอ๋ศาลเจ้าเลยทันที
 
มีจิ้งจอกท่าทางแปลกๆอยู่ข้างหน้าด้วย
 
ชำระร่างกายก่อนเข้า
 
ประตูใหญ่มาก
 
มาขอพรกัน ท่านอินาริ นอกจากจะเป็นเทพแห่งนาข้าวแล้ว นักธุรกิจก็ให้ความเคารพอย่างมาก
มาเห็นตอนพิธีขอพรใหญ่ของบริษัทด้วย แต่ห้ามถ่ายรูปครับ
 
เขียนหน้ากันแปลกๆ
 
จิ้งจอกคือบริวารของท่านอินาริ ดังนััั้นจะเห็นรูปปั้นจิ้งจอกเฝ้าอยู่ทั่วภูเขา ดูแล้วไม่น่าจะต่ำกว่าสองพันตัว
สมัยก่อนจิ้งจอกถูกเคารพนับถือมาก เพราะเป็นสัตว์ที่เข้ามากินหนูในนาข้าว ถือเป็นการช่วยเหลือชาวนา
 
อย่าโดนอิสปหลอกเอาล่ะ
 
ตามทางเดินหลัก จะมีโทริอิอย่างนี้ตลอดทางกว่าสี่กิโลเมตร ตกเฉลี่ยก็หนึ่งเมตรสองถึงสามต้น ลองคำนวนดูว่ามีอยู่เท่าไร
 
โทริอิไม่ค่อยจะวางห่างกันสักเท่าไร แว่บออกไปข้างนอกเหมือนในการ์ตูนไม่ได้หรอกนะ
 
ในภูเขาก็จะมีศาลเล็กศาลน้อยวางกระจายอยู่ทั้งภูเขา ครับ บริเวณอินาริเนี่ย ศาลเจ้าทั้งภูเขา
 
รู้สึกตัวก็ขึ้นมาสูงขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังต้องขึ้นไปอีก
 
ตั้งใจว่าจะขึ้นมาขอพรที่ศาลบนสุด ขอปั๊บหันไปทางขวา มีทางขึ้นไปอีก
 
ถึงแล้วศาลบนสุด ขอพรๆ ปั่บๆ หันไปทางขวา อ้าว ยังมีทางขึ้นไปอีก...
 
ศาลบนสุดจริงๆล่ะ ขอพร แล้วหันไปทางขวา...........................
ทางลงแล้ว โล่งอก
 
ทางลงอย่างชัน ดีนะที่ไม่เลือกขึ้นทางนี้
(ดูเหมือนจะมีธรรมเนียมการทักทายเวลาเดินสวนกัน ก็ดูน่ารักดี)
 
ระหว่างลง เจอจิ้งจอกสองตัวนี้หันหน้ามา ตกใจอึ้งไปเล็กน้อย... เพราะว่าปกติแล้ว จิ้งจอกจะหันหน้าหาคนขึ้นเขา อย่าบอกนะว่า.............
 
 
 
ลงเขามาได้อย่างปลอดภัยและเหงื่อท่วม หาอะไรกินหน่อยดีกว่า
 
มาถึงนี่แล้ว ก็ต้องกิน คิสึเนะอุด้ง กับอินาริซึชิ สินะ
 
ไม่ไหวแล้ว กลับมาพักที่โรงแรมก่อน เย็นนี้ค่อยออกไปอีกที อาโลฮ่า!!! แล้วเจอกัน
 

edit @ 1 Aug 2012 16:47:04 by เก้าหาง จิ้งจอกช่างตีดาบพิศดาร

เชคเอาท์แต่เช้า ตีตั๋วไปเกียวโต!!!
 
ถึงสถานีเกียวโต ดูเหมือนจะเป็นวันหยุดอะไรสักอย่าง คนมาเที่ยวเยอะมากกกก
 
เกียวโตทาวเวอร์ หน้าสถานีเลย
 
มองจากเกียวโตทาวเวอร์ เมืองเกียวโตโคตรกว้างงงง
นั่งรถเมล์ไปกันต่อ
 
วัด Sanjusangein เค้าไม่ให้ถ่ายรูปด้านใน
 
ไปกันต่อ
 
วัด Kinkakuji ขึ้นเขาไปดู
 
 
กินข้าวกลางวันควบข้าวเช้ามันตรง Kinkakuji เนี่ยแหละ อุด้งขิง ไม่มีอะไรเลยนอกจากอุด้งและขิงซอย อร่อยพอใช้
 
ไปต่อที่วัด Toji ตั้งใจว่าจะไม่ไป แต่ก็ว่าง แถมรถที่นั่งผ่าน ก็แวะสักหน่อย
 
 
 
แล้วก็ได้เวลาเชคอินพอดี ห้องเดี่ยว แต่มีเตียงคู่แฮะ มีแอร์ด้วย
 
วันนี้รีบนอนแล้วล่ะ เพลียมาก พรุ่งนี้ต้องไปปีนเขาอีก กับที่ที่อยากไปเป็นอันดับสามของญี่ปุ่น Fushimiinari อิอิ ^^